ข้อควรรู้
บัตรเครดิต: ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16%
สินเชื่อบุคคล: กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว

x

 
 
 

พูดคุยกับเราได้ที่

0 2646 3555

พาสปอร์ตหมดอายุต่อที่ไหน ใช้เอกสารอะไรบ้าง

พาสปอร์ตหมดอายุต่อที่ไหน ใช้เอกสารอะไรบ้าง
 
      Facebook Twitter Line Email Print
 
พาสปอร์ตหมดอายุต่อที่ไหน ใช้เอกสารอะไรบ้าง
พาสปอร์ตหมดอายุต่อที่ไหน ใช้เอกสารอะไรบ้าง
 
ก่อนบินทุกครั้ง อย่าลืมเช็ก!
ตั๋วเครื่องบิน Checked!
ที่พัก Checked!
แต่พาสปอร์ต...แน่ใจใช่ไหมว่ายังไม่ใกล้หมดอายุ?
 
ทำงานกันมายาว ๆ ในที่สุดก็ใกล้ถึงช่วงสิ้นปีที่เราจะได้แพลนทริปเที่ยวต่างประเทศให้หายเหนื่อยกันแล้ว แต่ก่อนบินอย่าลืมเช็กพาสปอร์ตให้ดีนะ เนื่องจากหนังสือเดินทาง (Passport) ถือเป็นเอกสารทางราชการที่ใช้ยืนยันตัวตนและสัญชาติของเรา หากไม่มีหนังสือเดินทางก็อาจถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าประเทศ หรือติดต่อธุรกรรมบางอย่างในประเทศนั้น ๆ ไม่ได้
 

 

ว่าแต่...หากพาสปอร์ตหมดอายุ ต้องต่อภายในกี่วัน?

รู้ไหมประเทศไทยได้กำหนดไว้ว่า พาสปอร์ตนั้นต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 6 เดือนจนถึงวันเดินทางกลับถึงจะสามารถเดินทางได้ ดังนั้น เราควรรีบต่อพาสปอร์ตภายใน 6 เดือนก่อนหมดอายุ เพราะหากพาสปอร์ตเหลืออายุน้อยกว่าหรือพาสปอร์ตหมดอายุแล้ว เราจำเป็นต้องทำทุกอย่างใหม่เหมือนทำเล่มครั้งแรกเลยนั่นเอง
 
 

เช็กเลย! ‘ต่อพาสปอร์ตหมดอายุ’ ที่ไหนได้บ้าง?


สถานที่ต่อพาสปอร์ตหมดอายุในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ในปัจจุบันมีทั้งหมด 9 แห่ง

สำหรับสถานที่ต่อพาสปอร์ตหมดอายุในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ในปัจจุบันมีทั้งหมด 9 แห่งด้วยกัน ที่ไหนใกล้บ้านบ้างมาดูได้เลย
 
1. กรมการกงสุล แจ้งวัฒนะ
วันทำการ : วันจันทร์ - ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 08.30 - 16.30 น. (ปิดรับคิว 16.00 น.)
โทร : 0-2203-5000 กด 1 เพื่อติดต่อกรมการกงสุล
พิกัด : https://goo.gl/maps/S8zgMYQNJnhac9un7
 
2. สำนักงานหนังสือเดินทาง ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา
วันทำการ : วันจันทร์ - ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 08.30 - 16.30 น. (ปิดรับคิว 16.00 น.)
โทร : 0-2143-7680
พิกัด: https://goo.gl/maps/wwyAoXePbxfzmQVU7
 
3. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว บางนา - ศรีนครินทร์ (ธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์ ชั้น 1)
วันทำการ : วันจันทร์ - ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 08.30 - 16.30 น. (ปิดรับคิว 16.00 น.)
โทร : 0-2136-3800, 0-2136-3802 และ 093-010-5246
พิกัด : https://goo.gl/maps/o51xqHwMzujhfuTT9
 
4. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว สายใต้ใหม่ - ตลิ่งชัน (อาคาร SC Plaza สถานีขนส่งกรุงเทพ)
วันทำการ : วันจันทร์ - ศุกร์  (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 08.30 - 16.30 น. (ปิดรับคิว 16.00 น.)
โทร : 0-2422-3431
พิกัด : https://goo.gl/maps/xY6DNyKM4FBMMkh57
 
5. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว มีนบุรี (Big C สุวินทวงศ์)
วันทำการ : วันจันทร์ - ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 08.30 - 16.30 น. (ปิดรับคิว 16.00 น.)
โทร : 0-2024-8362 ต่อ 64
พิกัด : https://goo.gl/maps/mLPKj22zhu9nF4LW6
 
6. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว MRT คลองเตย
วันทำการ : วันจันทร์ - ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 08.30 - 16.30 น. (ปิดรับคิว 16.00 น.)
โทร : 0-2024-8896, 093-010-5247
พิกัด : https://goo.gl/maps/vRRAvj39or1SH96N8
 
7.  สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว ปทุมวัน (MBK Center ชั้น 5 โซน A)
วันทำการ : วันจันทร์ - ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา 10.00 - 18.00 น. (ปิดรับคิว 17.30 น.)
โทร : 0-2126-7612
พิกัด : https://goo.gl/maps/FS6gsHEwEJWeoSH9A
 
8. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว ธัญบุรี (ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ชั้น 3)
วันทำการ : วันจันทร์ - ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 10.00 - 18.00 น. (ปิดรับคิว 17.30 น.)
โทร : 0-2150-9002
พิกัด : https://goo.gl/maps/cRuVLkfsjH24vnrj9
 
9. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว บางใหญ่ (Central Plaza Westgate ชั้น G)
วันทำการ : วันจันทร์ - อาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา 10.00 - 18.00 น. (ปิดรับคิว 17.30 น.)
โทร : 0-2194-2643
พิกัด : https://goo.gl/maps/vypK2robAwi3TWmdA
 
สำหรับเพื่อน ๆ ที่อยู่ต่างจังหวัดก็มีสถานที่ไว้ให้บริการต่อพาสปอร์ตหมดอายุเช่นกัน สามารถเช็กที่เว็บไซต์ www.mfa.go.th/th/publicservice/สถานที่ให้บริการหนังสือเดินทาง2?cate=5d5d1709c3445d0044671993 ได้เลย เช็กสถานที่ต่อพาสปอร์ตใกล้บ้านแล้ว งั้นคราวนี้เรามาเตรียมเอกสารกันต่อดีกว่า~


 

เตรียมพร้อม! ต่อพาสปอร์ตหมดอายุ ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง?


กรณีต่ออายุพาสปอร์ตต้องใช้บัตรประชาชนตัวจริง และพาสปอร์ตเล่มเก่าที่หมดอายุ

สำหรับกรณีต่ออายุพาสปอร์ต ใช้เอกสารเพียง 2 อย่างเท่านั้น คือ
  1. บัตรประชาชนตัวจริง
  2. พาสปอร์ตเล่มเก่าที่หมดอายุ
 
แต่สำหรับกรณีอื่น ๆ อาจมีเอกสารเพิ่มเติมที่แตกต่างออกไป เช่น
  • กรณีทำพาสปอร์ตใหม่ และมีอายุมากกว่า 20 ปี บริบูรณ์ : บัตรประชาชนตัวจริง
  • กรณีทำพาสปอร์ตหาย : บัตรประชาชนตัวจริง และใบแจ้งความฉบับจริง
  • กรณีผู้ที่อายุต่ำกว่า 20 ปี บริบูรณ์ : บัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริง สูติบัตรฉบับจริง (หากอายุไม่ถึง 15 ปีบริบูรณ์) และบัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริงของบิดา มารดา หรือผู้ปกครอง และต้องมาลงนามให้ความยินยอมต่อหน้าเจ้าหน้าที่
 
อ่อ...แต่ในกรณีที่เปลี่ยนชื่อ - นามสกุล หรือข้อมูลอื่น ๆ ที่ไม่ตรงกับบัตรประชาชน อย่าลืมนำหลักฐานต่าง ๆ ไปแสดงให้เจ้าหน้าที่ในขั้นตอนการต่อพาสปอร์ตหมดอายุด้วยนะ
 

 

How To ต่ออายุพาสปอร์ต ทำง่าย ประหยัดเวลา สะดวกกว่าเดิม

สำหรับเพื่อน ๆ คนไหนที่วางแผนเตรียมต่อพาสปอร์ตหมดอายุอยู่ ในปัจจุบันก็ทำได้สะดวกมากยิ่งขึ้น แถมยังสามารถไปใช้บริการได้ในวันเสาร์ได้อีกด้วย ไม่จำเป็นต้องตื่นเช้า ลางาน เพื่อมาต่อพาสปอร์ตหมดอายุเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว

แถมตอนนี้เรายังสามารถจองคิวต่อพาสปอร์ตหมดอายุผ่านระบบออนไลน์ หรือดำเนินการผ่านตู้อัตโนมัติ (Kiosk) ได้อีกด้วย แต่ถ้าใครกำลังสงสัยว่าการต่ออายุพาสปอร์ตแต่ละแบบมีวิธีการยังไงบ้าง มาดูกันข้างล่างนี้ได้เลย

 

เราสามารถจองคิวต่อพาสปอร์ตหมดอายุผ่านระบบออนไลน์ได้



จองคิวต่อ Passport ล่วงหน้าผ่านระบบออนไลน์

  1. เข้าเว็บไซต์ https://www.qpassport.in.th
  2. เลือกพื้นที่ที่ต้องการเข้าไปรับบริการ รองรับทั้งทำในประเทศไทยและต่างประเทศ
  3. กรอกข้อมูลส่วนตัวต่าง ๆ ให้ครบถ้วน
  4. เลือกสถานที่ที่ต้องการเข้ารับบริการ
  5. เลือกประเภทการจองคิว โดยมีให้เลือกว่าต้องการจองคิวแบบเดี่ยวหรือแบบกลุ่ม
  6. เลือกวันและเวลาที่ต้องการ (จองล่วงหน้าได้ไม่เกิน 30 วัน)
  7. เลือกวิธีรับเล่มพาสปอร์ตฉบับจริงว่าต้องการรับทางไปรษณีย์ หรือเดินทางมารับด้วยตัวเอง
 
หลังจากจองคิวต่อพาสปอร์ตหมดอายุออนไลน์เรียบร้อยแล้ว ก็สามารถเดินทางเข้ารับบริการตามวันและเวลาที่จองไว้ได้เลย แต่ก่อนถึงวันนัดอย่าลืมเช็กเอกสารและตรวจสอบสถานที่สำหรับต่อพาสปอร์ตหมดอายุให้เรียบร้อยจะได้ไม่จองคิวเสียเที่ยว เตือนแล้วนะ!                                




วิธีทำ Passport ผ่านตู้อัตโนมัติ (Kiosk)

สำหรับเพื่อน ๆ ที่ไม่อยากรอคิว หรือคิวเต็มในวันและเวลาที่ต้องการ ก็สามารถต่อพาสปอร์ตหมดอายุได้ด้วยตัวเองที่ สำนักงานหนังสือเดินทางฯ ปทุมวัน (MBK Center ชั้น 5 โซน A) และ สำนักงานหนังสือเดินทางฯ บางใหญ่ (Central Plaza Westgate ชั้น G)

แล้วติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อขอคำแนะนำการต่อพาสปอร์ตหมดอายุผ่านตู้อัตโนมัติได้เลย ส่วนวิธีดำเนินการก็ง่ายมาก เพียงแค่
  1. ยื่นพาสปอร์ตเล่มเก่าให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ
  2. นำบัตรประชาชนเสียบที่เครื่อง Kiosk เพื่อนำข้อมูลเข้าระบบ แล้วกรอกข้อมูลให้เรียบร้อย
  3. หลังจากนั้นสามารถกดถ่ายรูปได้ด้วยตัวเอง ถ้าถ่ายแล้วยังไม่ชอบก็กดถ่ายใหม่ได้
  4. สแกนลายนิ้วมือและสแกนม่านตา (ห้ามใส่คอนแท็กต์เลนส์ เพราะอาจทำให้ตอนสแกนม่านตาผิดพลาดได้)
  5. เลือกประเภทของพาสปอร์ตที่ต้องการ (ประเภท 5 ปี หรือประเภท 10 ปี)
  6. นำ QR Code ไปชำระค่าธรรมเนียมที่เคาน์เตอร์
 
แต่บอกไว้ก่อนนะ ว่าการทำพาสปอร์ตผ่านเครื่อง Kiosk ผู้เข้ารับบริการต้องมีอายุมากกว่า 20 ปี และเคยมีหนังสือเดินทางมาแล้วเท่านั้น


 

Passport แต่ละประเภท มีค่าธรรมเนียมเท่าไหร่บ้าง?

หลาย ๆ คนคงรู้อยู่แล้วว่าหนังสือเดินทางหรือพาสปอร์ตแบ่งอายุเล่มออกเป็น 2 ประเภทด้วยกันคือ ประเภทอายุ 5 ปี และประเภทอายุ 10 ปี ซึ่งค่าธรรมเนียมในการทำหนังสือเดินทางจะแบ่งตามความเร่งด่วน และอายุของหนังสือเดินทางนั่นเอง


 

ค่าธรรมเนียมสำหรับการออกหนังสือเดินทางแบบธรรมดา

  • Passport อายุ 5 ปี ค่าธรรมเนียม 1,000 บาท

  • Passport อายุ 10 ปี ค่าธรรมเนียม 3,000 บาท


ทั้งนี้ค่าธรรมเนียมสำหรับการออกหนังสือเดินทางหรือต่อพาสปอร์ตหมดอายุยังไม่รวมค่าจัดส่งทาง EMS โดยใช้เวลาประมาณ 2 - 3 วันทำการ (กรุงเทพฯ และปริมณฑล) และ 3 - 5 วันทำการ (ต่างจังหวัด)


 

ค่าธรรมเนียมสำหรับการออกหนังสือเดินทางแบบเร่งด่วน

  • Passport อายุ 5 ปี ค่าธรรมเนียม 1,500 บาท

  • Passport อายุ 10 ปี ค่าธรรมเนียม 3,500 บาท


แต่ที่สำคัญ...ต้องเข้ารับบริการภายในเวลา 11.00 น. และเดินทางรับเล่มที่กรมการกงสุลภายในเวลา 14.30 น. เท่านั้น (ยกเว้นวันเสาร์)

 

การออกหนังสือเดินทางแบบเร่งด่วนต้องเดินทางรับเล่มที่กรมการกงสุลภายในเวลาที่กำหนด

และนี่ก็คือข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับการต่อพาสปอร์ตหมดอายุที่สายเที่ยวต่างประเทศต้องรู้ แต่ที่สำคัญอย่าลืมอัปเดตข้อมูลและเอกสารต่าง ๆ ของแต่ละประเทศทุกครั้งก่อนบิน เพื่อให้ได้ข้อมูลล่าสุดที่ถูกต้อง สตาร์ตทริปแบบชิลล์ ๆ ไม่ต้องกลัวโดนช็อตฟีลตั้งแต่เช็กอิน

แต่สำหรับเพื่อน ๆ ที่วางแผนทริปญี่ปุ่นช่วงสิ้นปี แล้วอยากเที่ยวชิลล์ ๆ ช้อปสบายไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย อย่าลืมให้ “บัตรเครดิตกรุงศรี เจซีบี แพลทินัม” เป็นผู้ช่วยเติมเต็มทริปนี้ให้ฟินยิ่งขึ้นตั้งแต่สนามบินจนจบทริป ไม่ว่าจะรับบริการสุดพิเศษที่ Airport Lounge ทุกสนามบินในญี่ปุ่น พร้อมรับเครดิตเงินคืน 3% เมื่อใช้จ่ายและทานอาหารทั่วโลก

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ https://www.krungsricard.com/th/Product/creditcard/krungsri-jcb ได้เลย~