ลำโพงบลูทูธในยุคนี้พัฒนาไปไกลจนสามารถตอบโจทย์นักฟังระดับ Audiophile ได้ในทุกช่วงราคา ตั้งแต่รุ่นจับต้องได้ง่ายอย่าง Tribit StormBox Micro 2 และ Anker Motion+ ไปจนถึงระดับพรีเมียมอย่าง DALI Katch G2 และ Bang & Olufsen Beosound A1 Gen 2 จุดเด่นของแต่ละรุ่นแตกต่างกันทั้งในด้านพลังเสียง ฟีเจอร์เฉพาะตัว และดีไซน์การใช้งาน บทความนี้ได้รวบรวม 10 รุ่นที่เสียงดีเกินราคา ครอบคลุมตั้งแต่งบหลักพันต้น ๆ จนถึงหมื่นปลาย เพื่อให้คุณเลือกได้ตรงกับงบประมาณ ไลฟ์สไตล์และรสนิยมทางเสียงอย่างแท้จริง


จากที่เมื่อก่อน ถ้าอยากฟังเพลงและได้คุณภาพเสียงระดับเทพ มีแต่ต้องลงทุนซื้อชุดเครื่องเสียงราคาแพง หรือไม่ก็หูฟังเฉพาะทางเท่านั้น แต่ปัจจุบัน ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ลำโพงบลูทูธก็สามารถมอบประสบการณ์ฟังเพลงในระดับ Audiophile ได้เช่นกัน ทั้งในแง่คุณภาพเสียง การแยกมิติ และความสามารถในการพกพาที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์มากขึ้นกว่าที่เคย โดยไม่ว่าคุณจะชอบเสียงเบสแน่น ๆ สำหรับเปิดเพลงในสวนหน้าบ้าน หรือโทนเสียงใสแบบสตูดิโอที่ไว้ฟังแจซยามค่ำ บทความนี้จึงจะมาแนะนําลําโพงบลูทูธ โดยได้รวบรวม 10 รุ่นที่ให้คุณภาพเสียงเกินราคา ครอบคลุมทุกงบตั้งแต่หลักพันต้น ๆ จนถึงหมื่นต้น ๆ เพื่อช่วยเป็นตัวเลือกในการตัดสินใจว่าลําโพงบลูทูธรุ่นไหนดีที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่สุด
เริ่มต้นลิสต์กันด้วยลำโพงบลูทูธเล็กพริกขี้หนูที่สร้างปรากฏการณ์ในวงการ Audiophile กับ Tribit StormBox Micro 2 ที่ท้าทายทุกข้อจำกัดของลำโพงขนาดพกพา ด้วยขนาดที่กะทัดรัดและสายรัดในตัว ทำให้สามารถคล้องกับกระเป๋าเป้หรือแฮนด์จักรยานได้อย่างง่ายดาย แต่สิ่งที่ทำให้โดดเด่นคือ คุณภาพเสียงที่สวนทางกับขนาด ด้วยกำลังขับ 10W และเทคโนโลยี XBass ทำให้เบสที่ได้นั้นหนักแน่นมีมิติ ด้านเทคนิค StormBox Micro 2 ใช้ Bluetooth 5.3 ซึ่งเป็นเวอร์ชันล่าสุด ทำให้การเชื่อมต่อเสถียรและประหยัดพลังงาน แบตเตอรี่ใช้งานได้นานถึง 12 ชั่วโมง พร้อมฟังก์ชันสุดเซอร์ไพรส์คือสามารถทำหน้าที่เป็น Power Bank ชาร์จอุปกรณ์อื่นผ่านพอร์ต USB-C ได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังทนทานพร้อมลุยทุกสถานการณ์ด้วยมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP67 ทำให้เป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ สำหรับสาย Outdoor ที่ไม่ต้องการประนีประนอมกับคุณภาพเสียง
ราคาโดยประมาณ: 1,500-2,100 บาท
ขยับงบขึ้นมาอีกนิด Anker Soundcore Motion+ คือคำตอบสำหรับผู้ที่ต้องการลําโพงบลูทูธเสียงดีระดับ Hi-Res Audio ในราคาที่คุ้มค่าที่สุดรุ่นหนึ่งในตลาด ลำโพงตัวนี้ออกแบบมาเพื่อการฟังเพลงแบบจัดเต็ม ด้วยชุดไดรเวอร์ที่จัดเต็ม ประกอบด้วย Tweeter ความถี่สูง 2 ตัว, Neodymium Woofer 2 ตัว และ Passive Radiator อีก 1 ตัว ให้กำลังขับรวมสูงถึง 30W ผลลัพธ์ที่ได้คือย่านเสียงที่กว้างขวาง รายละเอียดแหลมคมชัด และเบสที่ลงได้ลึกถึง 50Hz
อีกหนึ่งจุดเด่นสำคัญคือการรองรับ Qualcomm® aptX™ Codec ที่ช่วยให้การสตรีมเพลงผ่าน Bluetooth มีคุณภาพใกล้เคียงกับการฟังจากแผ่นซีดี เมื่อใช้ร่วมกับแอป Soundcore ที่สามารถปรับ EQ ได้อย่างละเอียด ทำให้ Motion+ เป็นลำโพงที่มีความยืดหยุ่นสูง ปรับจูนเสียงให้เข้ากับแนวเพลงที่ชอบได้อย่างอิสระ มาพร้อม Bluetooth 5.0, แบตเตอรี่ 12 ชั่วโมง และมาตรฐานกันน้ำ IPX7 ถือเป็นลำโพงที่ให้สเปกและคุณภาพเสียงที่หาตัวจับได้ยากในช่วงราคานี้
ราคาโดยประมาณ: 3,800-4,500 บาท
JBL Flip 6 ต่อยอดความสำเร็จของซีรีส์ Flip ด้วยการอัปเกรดระบบเสียงเป็น 2-Way Speaker System โดยแยกไดรเวอร์ขับเสียงกลาง-ต่ำ (Racetrack-shaped Woofer) ออกจากไดรเวอร์เสียงแหลม (Tweeter) อย่างชัดเจน ทำให้การตอบสนองความถี่ในแต่ละย่านเสียงมีความแม่นยำและสะอาดขึ้น ให้กำลังขับรวม 30W RMS พร้อมด้วย Dual Passive Radiators ที่เป็นเอกลักษณ์ของ JBL ช่วยเสริมให้เสียงเบสมีความกระหึ่มยิ่งขึ้น
ด้านการเชื่อมต่อใช้ Bluetooth 5.1 ที่เสถียรและส่งสัญญาณได้ไกลขึ้น ตัวลำโพงแข็งแรงทนทานตามมาตรฐาน IP67 สามารถกันได้ทั้งน้ำและฝุ่น แบตเตอรี่ใช้งานได้ 12 ชั่วโมง อีกทั้งยังรองรับฟีเจอร์ PartyBoost สำหรับเชื่อมต่อกับลำโพง JBL รุ่นอื่น ด้วยเหตุนี้ JBL Flip 6 จึงเป็นตัวเลือกที่ใช่สำหรับผู้ที่มองหาลําโพงบลูทูธเสียงดี ตอบโจทย์การสร้างความสนุกในทุกทริป และปาร์ตี้
ราคาโดยประมาณ: 4,200-5,200 บาท
สำหรับสาวกแบรนด์แอมป์กีตาร์ในตำนาน Marshall Emberton II คือลำโพงบลูทูธที่ถอด DNA ความคลาสสิกมาไว้อย่างครบถ้วน แต่ภายในอัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีเสียงสมัยใหม่ จุดเด่นคือระบบเสียง True Stereophonic ที่ใช้ไดรเวอร์ Full-Range ขนาด 2 นิ้ว 2 ตัว และ Passive Radiator อีก 2 ตัว สร้างมิติเสียงแบบ 360° ที่ให้ประสบการณ์เสียงสเตอริโอที่สมจริงไม่ว่าจะฟังจากมุมไหนของลำโพง
Emberton II อัปเกรดจากรุ่นแรกด้วยแบตเตอรี่ที่ยาวนานขึ้นถึง 30 ชั่วโมง, Bluetooth 5.1 และที่สำคัญคือ "Stack Mode" ที่สามารถเชื่อมต่อ Emberton II หลาย ๆ ตัวเข้าด้วยกันเพื่อสร้างกำแพงเสียงขนาดใหญ่ ตัวลำโพงยังคงความทนทานด้วยมาตรฐาน IP67 แม้จะรองรับเพียง Codec SBC แต่ด้วยการปรับจูนที่เป็นเอกลักษณ์ของ Marshall ทำให้เสียงที่ได้ยังคงหนักแน่น มีเสน่ห์ในย่านเสียงกลางที่ชัดเจน เหมาะกับเพลงร็อกที่เน้นเสียงร้องและกีตาร์อย่างยิ่ง
ราคาโดยประมาณ: 6,500-7,500 บาท
หากพูดถึงแบรนด์ลำโพงบลูทูธที่ดีที่สุด คงไม่มีชื่อ “Bose” ในลิสต์ไม่ได้ เพราะนี่คือแบรนด์ที่ขึ้นชื่อเรื่องการสร้างเสียงที่ใหญ่เกินตัว และรุ่น SoundLink Flex ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง ด้วยคาแรกเตอร์เสียงที่นุ่มลึก เบสอิ่มแต่ไม่บวม และเสียงร้องที่ชัดเจนตามสไตล์ Bose จุดเด่นทางเทคโนโลยีที่น่าสนใจคือ PositionIQ™ ที่ใช้เซ็นเซอร์ตรวจจับการวางของลำโพง ไม่ว่าจะวางนอน ตั้ง หรือแขวน ลำโพงจะทำการปรับ EQ โดยอัตโนมัติเพื่อให้ได้คุณภาพเสียงที่ดีที่สุดในทุกสถานการณ์
วัสดุภายนอกทำจากซิลิโคนและตะแกรงเหล็กเคลือบสีฝุ่นให้ความทนทานสูง พร้อมมาตรฐาน IP67 และยังสามารถลอยน้ำได้อีกด้วย แบตเตอรี่ใช้งานได้นาน 12 ชั่วโมง เชื่อมต่อผ่าน Bluetooth 4.2 และสามารถจับคู่กับลำโพง Bose รุ่นอื่นในโหมด Stereo หรือ Party Mode ได้ผ่านแอป Bose Connect
ราคาโดยประมาณ: 6,500-7,500 บาท
Sonos Roam SL คือลำโพงพกพาที่แตกต่างจากตัวอื่นในลิสต์นี้ ด้วยความสามารถในการเชื่อมต่อได้ทั้ง Bluetooth 5.0 และ Wi-Fi ทำให้เป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศ Sonos Multi-Room ได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยเมื่ออยู่ในบ้าน คุณสามารถสตรีมเพลงผ่าน Wi-Fi ด้วยคุณภาพเสียงที่ไม่ถูกบีบอัด และเมื่ออยู่นอกบ้านก็สลับไปใช้ Bluetooth ได้อย่างราบรื่น
ภายในประกอบด้วย Custom Racetrack Mid-woofer และ Tweeter อย่างละ 1 ตัว พร้อมแอมป์ Class-H 2 ตัว ให้เสียงที่คมชัด สามารถปรับ EQ ได้ผ่านแอป Sonos S2 ที่ขึ้นชื่อเรื่องความเสถียรและใช้งานง่าย ตัวลำโพงทนทานด้วยมาตรฐาน IP67 ทนต่อการตกกระแทก แบตเตอรี่ใช้ได้ 10 ชั่วโมง และรองรับการชาร์จไร้สายมาตรฐาน Qi อีกด้วย Sonos Roam SL จึงเหมาะสำหรับผู้ที่มีระบบของ Sonos อยู่แล้ว หรือผู้ที่ต้องการลำโพงตัวเดียวจบทั้งในบ้านและนอกบ้าน
ราคาโดยประมาณ: 8,000-9,500 บาท
Onyx Studio 8 ไม่ใช่แค่ลําโพงบลูทูธ แต่เป็นของตกแต่งบ้านชิ้นงาม ด้วยดีไซน์ทรงกลมอันเป็นเอกลักษณ์พร้อมหูหิ้วอะลูมิเนียมสุดหรู อย่างไรก็ดี หัวใจของลำโพงตัวนี้คือคุณภาพเสียงที่ทรงพลัง ด้วย Woofer ขนาด 120 มม. 1 ตัว และ Tweeter ขนาด 20 มม. 2 ตัว ให้กำลังขับสูงถึง 50W RMS สร้างเวทีเสียงที่กว้างและเสียงเบสที่นุ่มลึก เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการฟังเพลงในห้องนั่งเล่นหรือห้องนอน
ฟีเจอร์เด่นคือ Self-Tuning ที่ลำโพงจะทำการ Calibrate เสียงให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของห้องโดยอัตโนมัติทุกครั้งที่เปิดเครื่องหรือย้ายตำแหน่ง ทำให้ได้เสียงที่ดีที่สุดเสมอ เชื่อมต่อผ่าน Bluetooth 5.2 สามารถจับคู่กับอุปกรณ์ได้ 2 เครื่องพร้อมกัน อีกทั้งยังสามารถเชื่อมต่อ Onyx Studio 8 สองตัวแบบไร้สายเพื่อสร้างเสียงสเตอริโอที่สมบูรณ์แบบได้
ราคาโดยประมาณ: 9,900-11,000 บาท


สำหรับสายปาร์ตี้ที่ต้องการลําโพงบลูทูธเบสหนัก ๆ พร้อมฟีเจอร์ครบครัน Sony SRS-XG300 คือคำตอบที่ใช่ โดดเด่นด้วย X-Balanced Speaker Unit ซึ่งเป็นไดรเวอร์ทรงสี่เหลี่ยมที่เพิ่มพื้นที่ของ Diaphragm ให้มากขึ้น ทำให้ได้แรงดันเสียงที่สูงขึ้น เบสหนักแน่นโดยที่เสียงไม่ผิดเพี้ยน ทำงานร่วมกับ Tweeter 2 ตัวและ Passive Radiators ที่ด้านข้าง ให้เสียงที่ดังกระหึ่มมีพลัง
จุดแข็งของ Sony คือการรองรับ Codec คุณภาพสูงอย่าง LDAC ที่สามารถส่งข้อมูลเสียงได้มากกว่า SBC ถึง 3 เท่า ทำให้การฟังเพลงแบบ Hi-Res ผ่าน Bluetooth เป็นไปได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ แบตเตอรี่อึดถึง 25 ชั่วโมง มีฟีเจอร์ชาร์จเร็วเพียง 10 นาทีฟังได้ 70 นาที มาพร้อมไฟ Ambient Illumination ที่ซิงค์ตามจังหวะเพลง และมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP67 เรียกได้ว่านี่คือลำโพงที่เกิดมาเพื่อสร้างความสนุกอย่างแท้จริง
ราคาโดยประมาณ: 9,500-11,500 บาท
ถ้ามีงบไม่อั้นและอยากได้ลําโพงบลูทูธเบสหนักควรเลือกยี่ห้อไหนดี ขอแนะนำ Bang & Olufsen กับรุ่น Beosound A1 Gen 2 ลำโพงที่สวยงามราวกับงานศิลปะ ผลิตจากวัสดุพรีเมียมอย่างอะลูมิเนียมและสายหนังแท้ ภายในบรรจุ Woofer ขนาด 3.5 นิ้ว และ Tweeter ขนาด 0.6 นิ้ว อย่างละ 1 ตัว พร้อมแอมป์ Class-D 2 ตัว กำลังขับ 30W ให้เสียงแบบ True360 Omnidirectional Sound ที่กระจายเสียงได้อย่างยอดเยี่ยมรอบทิศทาง
Beosound A1 Gen 2 เป็นหนึ่งในลำโพงพกพาไม่กี่ตัวที่รองรับ Bluetooth 5.1 พร้อม Codec aptX Adaptive ซึ่งสามารถปรับ Bitrate ได้อัตโนมัติตามสภาพแวดล้อม ทำให้ได้ทั้งคุณภาพเสียงที่ดีและความเสถียรในการเชื่อมต่อ แบตเตอรี่ใช้งานได้ 18 ชั่วโมง มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP67 และที่น่าสนใจคือเป็นลำโพงพกพาตัวแรกที่รองรับผู้ช่วยอัจฉริยะ Amazon Alexa ในตัว ทำให้สามารถสั่งงานด้วยเสียงได้
ราคาโดยประมาณ: 13,500-14,900 บาท
ปิดท้ายลิสต์ด้วยลําโพงบลูทูธระดับ Hi-Fi ที่แท้จริงกับ DALI Katch G2 แบรนด์เครื่องเสียงจากเดนมาร์กที่นำความรู้ความชำนาญในการสร้างลำโพงบ้านมาย่อส่วนไว้ในลำโพงพกพา Katch G2 มีชุดไดรเวอร์อยู่ทั้งสองฝั่งของตัวเครื่อง ประกอบด้วย Soft Dome Tweeter ขนาด 21 มม., Aluminium Woofer ขนาด 3.5 นิ้ว และ Steel Passive Radiator อย่างละ 2 ชุด ขับด้วยแอมป์ Class-D กำลังขับ 2 x 25W ทำให้ได้เสียงที่กระจายตัวอย่างทั่วถึงและมีมิติที่น่าทึ่ง
ด้านการเชื่อมต่อก็ไม่ธรรมดา ด้วย Bluetooth 5.0 ที่รองรับ Codec คุณภาพสูงครบครันทั้ง AAC, aptX และ aptX HD แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานที่สุดในลิสต์นี้ถึง 30 ชั่วโมง และยังมีช่องต่อ Aux 3.5 mm มาให้เป็นทางเลือก สามารถเชื่อมต่อ Katch G2 สองตัวในโหมด True Wireless Stereo (TWS) เพื่อประสบการณ์ฟังแบบสเตอริโอแยกซ้าย-ขวาที่สมบูรณ์แบบ
ราคาโดยประมาณ: 17,900-18,900 บาท
ถึงตรงนี้ ถ้าตัดสินใจได้แล้วว่าลําโพงบลูทูธยี่ห้อไหนดีที่ตอบโจทย์การฟังและงบประมาณที่สุด สิ่งต่อไปที่ต้องทำ ก็แค่เลือกช้อปผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน แล้วจ่ายด้วย บัตรเครดิต กรุงศรี นาว แพลทินัม ก็ช่วยให้คุณได้ความคุ้มค่าเพิ่มทันที เพราะนี่คือบัตรเครดิตที่ “เหนือ Norm” สำหรับคนยุคดิจิทัล พร้อมรับเครดิตเงินคืน 5%* ทุกครั้งที่ช้อปออนไลน์ ไม่มีค่าธรรมเนียมแรกเข้า และยกเว้นค่าธรรมเนียมรายปี พร้อมรับสิทธิประโยชน์ที่ออกแบบมาเพื่อไลฟ์สไตล์ของคนยุคดิจิทัลโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะช้อปลำโพงที่ใช่ ฟังเพลงที่ชอบ หรือใช้ชีวิตแบบ Smart & Sound ก็ทำได้คุ้มค่ากว่าทุกครั้งที่จ่าย สมัครบัตรเครดิตช้อปออนไลน์ กรุงศรี นาว แพลทินัม ผ่านเว็บไซต์ได้เลยวันนี้
*ระยะเวลาโปรโมชัน 1 ม.ค. 68 - 31 ม.ค. 69
*ระยะเวลาโปรโมชัน 1 ม.ค. 68 - 31 ม.ค. 69
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
*ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ยสูงสุด 16% ต่อปี
ข้อมูลอ้างอิง